2010/Nov/03

เมื่อคืนมีน้องมาปรึกษาฉันเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ตามประสาวัยรุ่นที่กำลังเจริญพันธุ์
รวมถึงฉันก็รู้สึกว่าปัญหานี้ฉันก็กำลังประสบมันอยู่ด้วยเหมือนกัน
มันก็ไม่แปลกหรอกนะ, ยิ่งอากาศแบบนี้ด้วย ทั้งหนาว ทั้งนอยด์
แปรผันตรงต่ออารมณ์ความรู้สึกอ่อนๆ ของเราเข้าอย่างจัง
 
เคยได้ยินคนเขาพูดกันว่า "ถ้าหากตอนนี้อะไรๆ มันดีอยู่แล้ว จะไปไขว่คว้าหาอนาคตทำไม"
แปลเป็นไทยให้ง่ายขึ้นอีกนิด คือ อย่าแคร์พรุ่งนี้ ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ (ขีดเส้นใต้ไว้เลย)
โอเค, ฉันไม่ค้านเขาหรอก มันก็จริงอย่างที่เขาพูดนั่นแหละ
แต่คนพูดจะรู้หรือเปล่าว่า มนุษย์น่ะเป็นสัตว์โลกที่ไม่รู้จักคำว่าพอ
มันอยากได้ อยากมี อยากดีกว่า more and more and more.
ถึงแม้บางทีท้ายที่สุดจะไม่เหลืออะไรเลยก็ตาม
 
ฉันก็เป็นแบบนั้นแหละ
แค่มนุษย์ธรรมดาทั่วไปที่ยังมีกิเลสหนาเตอะพอๆ กับไขมันสะสม
ก็ย่อมมองและไขว่คว้าหาอะไรก็ตามข้างหน้าที่หวังแต่ยังมาไม่ถึง
จนลืมคิดไปว่า, ไอ้ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันก็ดีอยู่แล้วนะ ดีในระดับหนึ่ง
จะไปเรีัยกร้องหาความสุขในอนาคตที่มองไม่เห็นเพื่อ?
แล้วมั่นใจหรือว่าไอ้สิ่งที่ไขว่คว้าหาอยู่มันจะทำให้เราสุขมากขึ้นกว่าทุกวันนี้
 
บางทีชีวิตก็ไม่ใช่เกมส์ตอบปัญหาชิงรางวัลนะ
ที่ยิ่งตอบได้ถูกข้อมากขึ้นเท่าไหร่ เงินรางวัลก็จะมากขึ้นตามไปเท่านั้น
ชีวิตมีแค่ถูกกับผิดป้ะ? ถูกก็สุข, ผิดก็เศร้าดราม่ากันไป แค่นั้นจบ
นั่นน่ะสิ, แล้วจะไปไขว่คว้าหารางวัลลมๆ แล้งๆ ในอนาคตไปทำปลาช่อนอะไรกัน
 
สุดท้ายเราก็ต้องกลับมานั่งยอมรับความจริงที่ว่า
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเรานี่แหละ, ที่เห็นที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้นี่แหละ
จริงที่สุด ดีที่สุด อิ่มที่สุดแล้ว
ถ้ามันจะมีอะไรดีไปกว่านี้เดี๋ยวมันก็มา ถึงเวลามันมาเองไม่ต้องไปเพ้อหา
 
ความสุขที่มองไม่เห็นมันไม่เหมือนอากาศนะ
อากาศน่ะ, ถึงแม้เราจะมองไม่เห็นมัน แต่เราสัมผัสมันได้ รับรู้ถึงมันได้เวลาแกว่งแขน
แต่ความสุขที่มองไม่เห็น แกว่งให้ขาดเถอะแขนน่ะ แกว่งให้ตายก็ไม่เจออะไร
 
เพราะมันไม่มีอยู่จริง! 

Comment

Comment:

Tweet


สำนวน อ่านแล้วรู้สึกชวนให้อ่านต่อดีอ่ะ
#1 by FINZBOOK.COM (115.87.73.58) At 2010-11-14 01:08,